ประเวศ วะสี อ้างใน เจษฎา นกน้อย ( 2552:2-4 ) การจัดการความรู้
เป็นกระบวนการอย่างเป็นระบบในการแสวงหาความรู้ การแสวงหาความรู้หรือนวัตกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอันจะก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้
เพื่อให้เกิดการแพร่กระจายและไหลเวียนกันทั่วทั้งองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร การจัดการให้รับรู้ความเป็นจริง สร้างความรู้ สังเคราะห์ความรู้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน นำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติ เรียนรู้และสร้างความรู้จากการปฏิบัติ
และเอาผลการประเมินมาสู่การเรียนรู้ร่วมกันเพื่อยกระดับปัญญาของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เอาปัญญายกระดับไปใช้ในการปฏิบัติอีก
สุประภาดา โชติมณี ( 2551:11 ) การจัดการความรู้
(Knowledge Management : KM) คือ การบริหารจัดการความรู้ที่ต้องการใช้
ให้แก่คนที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องใช้ เพื่อให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล และส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ดังนิยาม “ Right Knowledge Right People Right Time”
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
1. ทำให้องค์กรได้ทบทวนองค์ความรู้ขององค์กร (Organization’s
Knowledge) ว่าจริงๆแล้ว องค์กรมีความรู้ (ความเก่ง) เรื่องไหน และความรู้นั้นสามารถแข่งกับคนอื่นได้หรือไม่
2. สามารถกำหนดจุดขายของตนเองได้ชัดเจนขึ้น เช่น เมื่อรู้ว่าองค์กรมีองค์ความรู้ด้านใด
ก็นำมากำหนดเป็นผลิตภัณฑ์/ บริการหลักขององค์กร
3. เพิ่มศักยภาพในการตัดสินใจ เพราะมีข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ขององค์กรที่ถูกต้อง
4. เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงานเพราะมีคลังความรู้ที่สามารถดึงความรู้นั้นมาช่วยแก้ปัญหา
และทำให้งานประสบผลสำเร็จได้รวดเร็ว และง่ายขึ้น
5. ทำให้เกิดนวัตกรรม ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์/ บริการ และกระบวนการทำงาน
6. ทำให้บุคลากรรู้ว่าจะพัฒนาตนเองไปในทิศทางใด และสามารถนำความเก่ง (ในด้านต่างๆ)
มาพัฒนาองค์กรให้ถูกทาง
พรรณี สวนเพลง (2552:26) ได้อ้างถึง พรธิดา วิเชียรปัญญา ได้กล่าวว่า การจัดการความรู้ หมายถึงกระบวนการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูล
สารสนเทศ ความคิด การกระทำ ตลอดจนประสบการณ์ของแต่ละบุคคล เพื่อสร้างเป็นความรู้และนวัตกรรม
และจัดเก็บในลักษณะแหล่งข้อมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้ โดยอาศัยช่องทางต่าง ๆ ที่องค์กรจัดเตรียมไว้
เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ไปประยุกต์ ใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้
และในที่สุดความรู้ที่มีอยู่จะแพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งองค์กรอย่างสมดุล เป็นไปเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตและองค์กร
สรุป การจัดการความรู้
เป็นการบูรณาการศาสตร์ 2 สาขาเข้าด้วยกัน คือความรู้ และการบริหารการจัดการ โดยเน้นกระบวนการจัดการข้อมูลข่าวสาร
สารสนเทศ และความรู้ ด้วยการให้ความสำคัญกับบุคคล โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการความรู้ผ่านช่องทางความรู้ต่าง
ๆ ดังนั้น กระบวนการจัดการความรู้ จึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์ และศิลป์ในการจัดการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยผ่านกระบวนการสร้าง
รวบรวม สังเคราะห์ แลกเปลี่ยน และใช้ความรู้ความสามารถเชื่อมโยงความคิด
อ้างอิง
เจษฎา นกน้อย. (2552). นานาทรรศนะการจัดการความรู้และการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้.
กรุงเทพ:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรรณี สวนเพลง. (2552). เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมสำหรับการจัดการความรู้.
กรุงเทพ:ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด มหาชน.
สุประภาดา โชติมณี. (2551). จัดการความรู้อย่างไรให้ใช้ได้ผลกับทุกระบบ.
กรุงเทพฯ : สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น